fbpx
Close

ชีวิต “ไทหล่ม” จากการสั่งสมและส่งต่อ

29 ตุลาคม 2020

เพื่อนช่างภาพลั่นชัตเตอร์เป็นจังหวะตามการเผยยิ้มของคุณป้าคนนั้นในชุดพื้นบ้านของเธอ บ้านไม้โบราณหลังงดงามนั่นก็อีก ที่ป้าค่อย ๆ ก้าวยกตัวเองขึ้นไปตามบันไดสูง หายเข้าไปในห้องนอนเก่าครั้งยังเด็ก ก่อนจะผลักบานหน้าต่างและโผล่หน้าออกมาให้เราที่ยืนมองเธออยู่ข้างนอกเรือนได้เห็นภาพอันสมบูรณ์ลงตัว

            เรือนไม้จากยุคพ่อของเธอเก่าแก่มาร่วมร้อยปี มันเป็นส่วนหนึ่งที่บอกเล่าถึงชาติพันธุ์อันหล่อหลอมอยู่ในตัวของป้า ซิ่นและผ้าเบี่ยงที่เธอสวมใส่อยู่นั่นก็อีก อวดสีสดบนเสื้อฝ้ายขาวนวล ไม่ใช่เฉพาะหญิงบ้านภูผักไซ่ ในเขตตำบลหินฮาว แต่หมายไปถึงผู้คนแทบทุกบ้าน ทุกตำบล ของอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ต่างสืบสายเลือดมาจากบรรพบุรุษที่อพยพโยกย้ายมาจากแดนดินห่างไกลในขุนเขาอย่างเมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผ่านการการเดินเท้าข้ามลำน้ำและขุนเขาต่างกรรมต่างวาระ ค่อยปักรากฝังรกต่อเนื่องยาวนานมานับร้อยปี

            เราค่อย ๆ จูงมือคุณป้าลงจาก “เฮือนหล่ม” ของเธอ เดินตามกันไปบนถนนสายเล็กของหมู่บ้านไทหล่มแห่งหนึ่งนอกเขตเทศบาลเมืองหล่มเก่า ภาษาหล่มของคุณป้าฟังยากสักหน่อยหากไม่มีคนพื้นถิ่นพาเรามาเช่นนี้ แต่ในรอยยิ้มและความเอ็นดูผ่านสำเนียงอ่อนหวาน เราพอรับรู้ได้ว่า เนื้อความนั้นราวกับปู่ย่ากำลังอวยพรลูกหลาน

            มันคล้ายคลึงกับอีกหลายหลายหมู่บ้านที่เราก้าวเท้าเข้าไปตามใต้ถุนบ้านเรือนของพวกเขา ภาพความอบอุ่นแห่งบ้านทุ่งบ้านนา ความเป็นครอบครัว รวมไปถึงเรื่องราวความเป็นตัวตนที่ฉายชัดอยู่แทบทุกความเป็นอยู่ของพวกเขา

            สำหรับคนหล่ม ความหมายของคำว่า “ไท” ในภาษาของพวกเขานั้นหมายถึง “คน” เป็นคนที่ตั้งหลักยืนหยัดอาศัยอยู่ในเมืองหล่ม แดนดินเก่าแก่ของเพชรบูรณ์มาเนิ่นนาน

และเหล่านี้คือหลายสิ่งหลายอย่างที่ผสมผสานกันจนความเป็น “ไทหล่ม” ของพวกเขาชัดเจนอยู่ในคืนวันปัจจุบัน

บ้านยองหิน ความชาญฉลาดของช่างหล่มโบราณที่ตั้งเสาบ้านบนหินเพื่อกันความชื้นและโยกย้ายได้สะดวก

๑…

          เรือนไม้หลังนั้นวางตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ นอกเขตตลาดหล่มเก่า เราอยู่กันที่บ้านวัดตาล ลำน้ำพุงปรากฏเป็นสีน้ำตาลแดงหลากไหลอยู่อีกฟากถนน มันคือสายน้ำเดียวกันที่กลายเป็นสนามแข่งเรือยาวของคนหล่มเก่าเมื่อฤดูน้ำหลากหลังออกพรรษามาถึง

          สำเนียงภาษาอ่อนหวาน ขนบประเพณีที่เหมือนกันแทบทุกอย่างกับผู้คนที่หลวงพระบางทางฟากฝั่งแดนดินลาวนั้น ไม่เพียงฉายชัดอยู่ในชีวิตความเป็นอยู่อันเก่าแก่ของคนที่นี่ ทว่ายังขยับขยายอัตลักษณ์ออกไปยังพื้นที่ในเขตอำเภอหล่มสักของเพชรบูรณ์ ตามการเติบโตเปลี่ยนแปลงและรูปแบบการปกครองของสยามในอดีต ล่วงเลยมาจนทุกวันนี้ แทบจะกล่าวได้ว่า ชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเขากลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งซึ่งมีเสน่ห์น่าหลงใหลและน่าทำความรู้จักหากใครเลือกพาตัวเองมาถึงเพชรบูรณ์

          ต่อหน้าเราคือเหล่าคุณลุงคุณป้าที่สืบสายเลือดของคนหล่มมาแต่ดั้งเดิม พวกเขาเลือกเล่าวัฒนธรรมล้านช้างที่สั่งสมจากดั้งเดิมผ่านอาหารและการแต่งกายสะท้อนอัตลักษณ์ ใต้ถุน “เฮือนหล่ม” นั้นคือนานาของกินพื้นบ้านน่าลิ้มลองและน่าทำความรู้จักไปเสียหมด

อัตลักษณ์ในเสื้อผ้าของหญิงไทหล่มอยู่ที่การนุ่งซิ่นหัวแดงตีนก่านและพันผ้าเบี่ยงสีแดง

          บนแคร่ตรงหน้าเรียงรายไปด้วยของกินอันไม่เคยคุ้น แม้จะคาดเดาในวัตถุดิบได้บ้าง หากเพราะมันคือพืชผักและเนื้อสัตว์ที่อยู่รายล้อม ทั้งในนา ในป่าดง หรือในชีวิตประจำวัน “หนมเส้น” หรือขนมจีนของคนหล่มปั้นเป็นหยุ่ม ๆ ป้าเจ้าของบ้านบอกว่าต้องลองราดน้ำปลาร้า มันคือปลาร้าเคี่ยวกับน้ำตาลปีบ เหนียวและหอม ออกหวานอมเค็ม ผักตามฤดูกาลเรียงรายในถาดทั้งสวยและน่ากิน

          คนหล่มเรียกอาหารตามภาษาเฉพาะของตน บางอย่างคล้ายจะพานพบทางเหนือของบ้านเรา แต่ก็แตกต่างไปในรายละเอียด แจ่วขี้ปูดูหน้าตาคล้ายน้ำปู๋ของคนเหนือ มันออกรสเค็ม แต่หอมคล้ายกะปิ ยายสักคนบอกเราว่า ถึงหน้านาปูนาจะเยอะ นั่นเป็นห้วงเวลาที่คนหล่มจะนำมันมาทำอาหาร “ยังมีอ่องปูนาอีก ที่คนทางนี้เขากินกัน” เราพลาดเมื่อมาบ้านตาลเอานอกฤดูทำนา ว่ากันว่ามันปูที่ถูกนำมาผสมไข่ กระเทียม แล้วนำกลับกระดองเอาไปย่างไฟจนสุกนั้นหอมอร่อยนัก

แจ่วขี้ปู น้ำพริกที่โขลกจากมันปูนาและเครื่องเทศนานา เค็มหอมคล้ายกะปิ

          ไส้อั่วของคนหล่มถูกหั่นเรียงเป็นแว่น ๆ มันต่างจากทางเหนือตรงไม่ใส่ขมิ้น ทว่าก็เผ็ดหอมและอร่อยไม่ต่างกันยามกินกับข้าวเหนียวร้อน ๆ “หากเป็นแบบที่มีข้าวและหนังหมูอยู่ด้านใน คนที่นี่เขาเรียกไส้กรอกกันหมดล่ะ” ป้าเจ้าของบ้านบอกว่าในตลาดหล่มเก่านั้นมีเจ้าเด็ดที่เราต้องตามไปลิ้มลอง

          พืชผักสารพันตามแต่ฤดูกาลถูกผู้คนของผืนแผ่นดินหยิบจับมาปรุงอาหารได้หลากหลาย สำหรับคนหล่ม พวกเขามักเก็บหยิบใบพืชหรือผักมาปรุงเป็นซุบ หรือยำ อย่างซุบใบหมากม่วง ซุบถั่วฝักหาว ซุบหมากมี่ มากไปกว่านั้น อาหารการกินตามต้นกำเนิดของผู้คนยังสื่อสารเชื่อมโยงในความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมได้กับคนอีสาน และบางอย่างก็เหมือนกันกับคนในแถบถิ่นเหนือ ไม่แตกต่างไปจากภาษาและสำเนียงการพูดจา

          หลังอิ่มหนำ เราล้อมวงกันชิมขนมเทียนแก้วเป็นของล้างปาก หญิงหลายวัยสวม “ซิ่นหัวแดงตีนก่าน” บ่งบอกถึงการเป็นโอกาสพิเศษที่ได้พบเจอ พวกเธอบอกว่าซิ่นที่มีเอกลักษณ์นี้บอกความเป็นหญิงหล่มชัดเจนที่สุด

          ตัวซิ่นของคนหล่มจะถูกทอด้วยลายขอ ลายหมี่นาค ลายหมี่ต้นผึ้ง หมี่เอี้ย หมี่หมากจับ และอีกหลากหลาย แต่ที่นิยมกันมาแต่อดีตคือจะไม่ทอลวดลายใหญ่เกินไปในตัวซิ่น โดยมักใช้ลายหมากไมเป็นตัวคั่นลาย ในส่วนของหัวซิ่นนั้น แต่เดิมมักต่อด้วยผ้าทอสีแดง หรือผ้ามัดย้อม กระนั้นก็ตาม หญิงไทหล่มกลับมีธรรมเนียมผูกมัด หรือม้วนหัวซิ่นแล้วเหน็บไว้ใต้เข็มขัด ตามคำสอนที่สืบทอดกันว่า ผู้หญิงนั้นควรสงบเสงี่ยมงดงามและสงวนไว้ภายใน เป็นกุศโลบายสอนหญิงที่สืบทอดตามความเชื่อแบบลาวโบราณ ส่วนตีนซิ่นนั้น มักทอเป็นลาย “ก่าน” หรือ “ขวาง” ด้วยลายเล็ก ๆ สีดำ แดง น้ำเงิน แดง เขียว หรือขาว แล้วแต่การสร้างสรรค์ของคนทอ บ้างก็ยกนูนขึ้น เรียกกันว่าตีนแฮะ หรือตีนแหนะ ทว่าก็ยังเรียกรวมกันเป็นลายก่านอยู่ดี

          มันเป็นยามบ่ายที่เพลิดเพลิน คนหล่มบ้านวัดตาลและอีกหลายหมู่บ้านผลัดเวียนกันมาต้อนรับแขกเหรื่อจากเมืองไกล บ้างเล่าถึงชีวิตในอดีต บ้างชี้ชวนให้เข้าใจถึงการละเล่นหรือประเพณีหลากหลายที่เชื่อมโยงอยู่ทั้งพุทธและผี สอดร้อยกับฮีตสิบสองคองสิบสี่ หรือการละเล่นผีตาโม่ของคนบ้านนาทรายและบ้านน้ำครั่ง อันผูกร้อยอยู่กับความเชื่อเรื่องฝนฟ้าและการทำมาหากินตามธรรมชาติ

          นับร้อยปีที่วัฒนธรรมล้านช้างหลั่งไหลถ่ายเทผ่านการเคลื่อนย้ายรกรากของผู้คนจากแดนดินลาว ข้ามเขาข้ามโขงมาถึงแผ่นดินอีสานของไทย สำหรับเมืองเก่าแก่อย่างหล่มเก่า คล้ายกับมันได้แตกยอดเติบโตขึ้นตามวันเวลาจนชีวิตของพวกเขามั่นคงแข็งแรงด้วยรากฐานจากปู่ย่าตาทวด

๒…

         ในวงล้อมของขุนเขา หลากหลายหมู่บ้านที่วางตัวเองอยู่บนที่ราบผืนนี้เต็มไปด้วยความเก่าแก่และเปี่ยมคุณค่า

            เลาะเลียบสายน้ำพุงตามแต่ละหมู่บ้านของหล่มเก่า ทิวทับเบิกวางตัวอยู่เบื้องหน้า หย่อมบ้านแต่ละแห่งซุกซ่อนคุณค่าความเก่าแก่ของแผ่นดินและผู้คนไว้อย่างน่าสนใจ

            วัดทุ่งธงไชยวางตัวเองอยู่ริมสายน้ำโบราณ เสา “ธุง” หรือธงโบราณด้านหน้าวัดบ่งบอกถึงการเป็นศาสนสถานเก่าแก่ของผู้คน ในสายน้ำขุ่นแดงตรงหน้าจะคึกคักเมื่องาน “ส่วงเฮือ” หรือแข่งเรือของคนหล่มเก่าเวียนมาถึง ว่ากันว่าที่หล่มเก่าเป็นอำเภอเดียวของเพชรบูรณ์ที่มีการจัดแข่งเรือยาว และมีฝีพายหนุ่มมากฝีมือสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นไม่เคยห่างหาย

            เราไปถึงบ้านนาทรายกลางแดดบ่ายฉายจัดจ้า สิมโบราณของวัดนาทรายปรากฏความเก่าแก่อย่างสมถะ ด้านหน้าคร่ำคร่าไปด้วยริ้วรอยของวันเวลา ขณะที่ด้านในซึ่งจะเข้าไปได้แต่ผู้ชายเท่านั้น ตามความเชื่อที่บ่มเพาะกันมาในวัฒนธรรมลาวโบราณ เมื่อเข้าไปด้านใน รายรอบพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างที่งดงามเรียบง่ายปรากฏเป็นจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างพื้นบ้านที่เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา วาดโดยนายแดง หรือตาขี้ทูด เล่าเรื่องพุทธประวัติตอนพระเจ้าสิบชาติ ขณะสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือภาพสะท้อนวิถีชีวิตผู้คนในอดีต หญิงแต่ละคนล้วนนุ่งซิ่นหัวแดงตีนก่าน บ่งบอกความเป็นตัวตนที่สั่งสมของคนบ้านนี้

สิมโบราณศิลปะล้านช้างที่วัดนาทราย ด้านในสวยด้วยภาพจิตรกรรมฝีมือช่างพื้นบ้านเป็นสภาพสาวไทหล่มนุ่งซิ่นสีและลายเป็นเอกลักษณ์

            ถัดลัดไปไม่ไกล วัดทรายงาม หรือวัดห้วยมะเขือนั้น ตามประวัติสืบค้นไปได้ว่าบรรพบุรุษของหมู่บ้านคนหล่มที่นี่อพยพหลีกหนีศึกสงครามจากหลวงพระบางมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๒๕๐ ด้วยเหตุศึกใหญ่ในล้านช้างระหว่างเจ้านายหลวงพระบาง คือพระเจ้ากิกกิสราช กับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๒ (เจ้าไชยยองเว้) เจ้านายฝ่ายเวียงจันทน์ หลังตั้งชุมชนวัดห้วยมะเขือ หรือวัดทรายงามในปัจจุบันยังหลงเหลือความงดงามของวัดเก่าแก่ในศิลปะล้านช้าง ตั้งแต่ภาพวาดตามหน้าบันและคันทวยพญานาคของศาลาการเปรียญ รวมถึงเสาด้านในที่เล่าเรื่องพุทธประวัติไว้ในงานช่างพื้นบ้าน หน้าต่างแบบโบราณที่คนหล่มเรียกกันว่าป่องเอี้ยม เขียนลายบนหน้าต่างไม้และมีลวดลายปูนปั้นด้านบน

            เหล่าสถาปัตยกรรมในศาสนสถานเก่าแก่บอกเล่าถึงศรัทธาในพระพุทธศาสนาและเอกลักษณ์ของแผ่นดินถิ่นฐานเดิม ขณะตามบ้านเรือนที่ตกทอดชีวิตและความเป็นอยู่ก็บอกกล่าวความเป็นคนหล่มได้ไม่แตกต่าง เราพบตัวเองอีกทีก็ต่อเมื่อลัดออกไปถึงตำบลหินฮาวที่บ้านภูผักไซ่ เรือนไม้โบราณหลังนั้นวางตัวเองอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมสายน้ำพุง

            ในวันที่ป้าละม่อม แก้วเหลี่ยม ล่วงเข้าวัยชรา นอกจากงานทอผ้าซิ่นลายดอกผักแว่นและลายอื่น ๆ ที่ป้าเป็นตัวตั้งตัวตีในการรวมกลุ่มชาวบ้านเพื่ออนุรักษ์งานช่างโบราณ “บ้านยองหิน” ที่เธอเติบโตมานั้นสะท้อนคติการตั้งบ้านเรือนของคนหล่มเอาไว้เด่นชัด

            “เกือบแปดสิบปีแล้วล่ะ” ป้าว่าคุณพ่อของเธอที่เป็นคนสร้างนั้นเป็นครูของคนตำบลนี้ เรือนไม้หลังงามสร้างจากการลงเรี่ยวแรงตั้งแต่หาไม้ แปรรูปไม้ ลงมือสร้างจากเรี่ยวแรงของคนทั้งหมู่บ้าน “เสาบ้านมี ๑๖ ต้น ตั้งอยู่บนหินหมดล่ะ” ป้าละม่อมบอกถึงคำว่า “ยอง” ที่หมายถึงบน บ่งบอกเคล็ดลับของช่างโบราณที่จะนำก้อนหินหรือแผ่นหินมาวางตรงจุดที่กำหนดจะลงเสาก่อน จากนั้นจึงค่อยลงเสาและต่อเติมเสริมส่วนของเรือนเข้าไปอีกที “หินจากน้ำพุงและภูผักไซ่ทั้งนั้น บ้านนี้ไม่ใช้ตะปูเลยสักตัวนะ เข้าลิ่มทั้งหลัง”

            ช่างชาวหล่มเชื่อกันว่าการยองหินนั้นจะทำให้บ้านไม่สัมผัสความชื้นจากดินโดยตรง กันปลวกได้ดี ยิ่งทำเลที่ตั้งของบ้านอยู่ใกล้น้ำพุงที่มีการหลากไหลท่วมถึงอยู่บ่อย ๆ การเคลื่อนย้ายบ้านทั้งหลังก็ทำได้ง่ายขึ้น

            มันเป็นภาพเซ็ตอัปโดยเพื่อนช่างภาพที่ถูกใจทั้งคนถ่ายและคนเป็นแบบ ป้าละม่อมเดินขึ้นไปตามแนวบันไดไม้ เรามองเห็น “บ้านสามจั่ว” ที่แต่ละจั่วก็คือเรือนแต่ละหลัง แต่ละขนาด แต่ละสัดส่วนการใช้สอย ที่ประกอบกันขึ้นเป็นบ้านคนหล่มหลังหนึ่ง ป้าละม่อมแง้มบานหน้าต่างคร่ำคร่า ยิ้มร่าในชุดหญิงไทหล่มอย่างมีความสุข

            ความสุขที่ก่อร่างมาจากคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ และคนที่รักษาและพยายามจะส่งต่อนั้นแสนอบอุ่นใจที่มีคนมองเห็นคุณค่าในหลายสิ่งหลายอย่างที่ประกอบกันขึ้นเป็นทางเดินชีวิตของพวกเขา

๓…

         อาคารรูปทรงเรือนไทหล่มประยุกต์นอกเขตเทศบาลหล่มเก่าปรากฏเด่นชัด เราพบตัวเองอยู่ท่ามกลางบรรยากาศการจัดแสดงและตีความงานพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ ทั้งหมดเรื่องเมืองเล็ก ๆ แสนเก่าแก่ที่โอบล้อมมันอยู่ออกมาหลากหลายมิติ

“ที่นี่จัดแสดงทุกอัตลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นคนหล่มค่ะ ไม่ใช่แค่นั้น เรายังให้ความสำคัญกับทุกช่วงเวลาการเติบโตของหล่มเก่า ทั้งคนพื้นถิ่นดั้งเดิม คนจีน และภาพของหล่มเก่าที่ทั้งหายไปแล้วหรือยังคงเล่าเรื่องตัวเองอยู่” วาสนา ธีรนิติ นายกเทศมนตรีเมืองหล่มเก่าบอกเล่าถึงศูนย์วัฒนธรรมหล่มเก่าที่เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดทำการมาไม่ถึงสองปี

          ห้องทางขวาที่มีปู่เยอย่าเยอ สัตว์ในตำนานความเชื่อของคนลาวแขวนในหน้าสีแดงเปรียบเป็นการต้อนรับเข้าสู่วัฒนธรรมล้านช้าง ที่มาของคนหล่มเก่าถูกเหนี่ยวนำไปทำความเข้าใจแต่ครั้งอดีต ทั้งเมืองหลวงพระบาง อุดมไชย ปากลาย ไชยบุรี บ่อเต็น ล้วนถูกเล่าผ่านเอกลักษณ์ของแต่หัวเมือง หลังเจ้าหน้าที่สาวพาเราย้อนไปถึงการอพยพและนำวัฒนธรรมต่าง ๆ ของล้านช้างติดตัวมาถึงหล่มเก่า

          จากที่ราบเล็ก ๆ ที่อุดมสมบูรณ์ในอดีต ชาวหล่มเลือกสร้างบ้านแปลงเมืองหลังรอนแรมข้ามขุนเขามาสู่ที่นี่ เมืองหล่มเองปรากฏชื่อขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชของกรุงสุโขทัย ตามพงศาวดารต่าง ๆ เรียกชื่อเมืองต่างกันไป เช่น เมืองหล่ม เมืองลม เมืองลุ่ม เมืองลุมบาจาย คำว่าหล่มมีการตีความหมายทั้งพื้นที่ที่ลุ่มไปด้วยโคลน หรือแปลว่า “ล่าง” อันหมายถึงลาว ที่ส่วนใหญ่คือลาวจากหลวงพระบางที่มักเรียกตัวเองว่า “ลาวลุ้ม (ลุ่ม)” ด้วยการปักหลักอาศัยอยู่ตรงที่พื้นราบ ต่างจากลาวเทิง หรือชนเผ่าที่อยู่บนขุนเขา

          ทว่าครั้นเข้าสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองหล่มก็กลายเป็นบ้านหลังมั่นคงของชาวลาวที่อพยพเข้ามาด้วยเหตุผลหลายประการเสียแล้ว ภาษา อาหารการกิน วัดวาอาราม และวิถีชีวิตต่างตกทอดเป็นดั่งแม่พิมพ์ที่ถ่ายทอดภาพชัดของคนรุ่นต่อรุ่นมาตามวันเวลา

อีกฟากด้านของอาคารคล้ายดึงผู้เข้าชมเข้าสู่พัฒนาการของหล่มเก่า ทั้งอาหารการกินพื้นบ้าน หรือห้างร้านต่าง ๆ ที่เติบโตขึ้นเป็นย่านการค้าโบราณในตัวตลาดหล่มเก่า จากเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยพี่น้องลาวหล่ม การมาถึงของระบบคมนาคม ระบบราชการ การปกครอง และการค้าขายของคนจีน ทำให้หล่มเก่าเต็มไปด้วยภาพผสมผสาน ร้านกาแฟแป๊ะเหล็ง ร้านบะหมี่ หรือห้างสรรพสินค้าย่อย ๆ อย่างร้านเชียบซิน ถูกจำลองขึ้นให้ลูกหลานได้เห็นภาพการเติบโตในบ้านของพวกเขา

          “ที่นี่แปลกนะคะ เช้า ๆ เราจะเห็นคุณปู่คุณย่าที่ยังสวมเสื้อม่อฮ่อมแบบดั้งเดิม นุ่งซิ่น เข้ามายังตลาด ขณะที่ร้านกาแฟโบราณเริ่มจะเลิกขายไปหลายเจ้า แต่ห้องแถวแบบเมืองหล่มเก่าโบราณที่ยังหลงเหลือก็ยังสวยงามอยู่” เราคุยกันถึงแนวกั้นของแต่ละห้องที่ทำเป็นเหล็กแหลมเหมือนลูกศรชี้ออกมาด้านหน้า เรียงกันเป็นรัศมีครึ่งวงกลม หลายคนที่นี่บอกว่ามันมีไว้เพื่อกันขโมย เพราะห้องแถวไม้แต่เดิมมักสร้างแนวทางเดินยาวต่อกัน

ร้านกาแฟโบราณหน้าตลาดสดหล่มเก่า แม้คืนวันเปลี่ยนแปลงไป แต่เรื่องเล่าและบรรยากาศครั้งอดีตยังมีให้สัมผัส

          ภาพอดีตของหล่มเก่าเล่าเรื่องราวของผู้มาเยือน ขณะในย่านตลาดคือตัวตนคงที่ยังหลงเหลือ หลายร้านกลายเป็นตำนานให้คนรุ่นใหม่ไถ่ถามถึง อย่างกาแฟของแป๊ะเหล็ง ก็เหลือเพียงเรื่องเล่าจากลูกหลาน ร้านเชียบซินที่กินหน้ากว้างกว่า ๖ ห้องปิดเงียบ ป้ายไม้สีครีมด้านบนบอกเล่าอดีตของสโตร์เก่าแก่ไว้เลือนราง

          หากมองจากมุมสูง เรือนไม้ที่ตลาดของหล่มเก่าจะวางตัวทอดแถวเรียงเป็นรูปโค้งดูแปลกตา และเมื่อค่อย ๆ เดินเลาะไป คล้ายเราจะเห็นภาพความคึกคักตกหล่นอยู่ในสินค้าหรือของกินเก่าแก่ เรื่องเล่าของคนรุ่นปู่ย่าที่มองเห็นลูกหลานเติบโต น่าทึ่งเหลือเกินว่าเฒ่าชราหน้าตาออกเชื้อสายจีนจะฟังและพูดลาวสำเนียงหล่มได้ชัดถึงเพียงนั้น

          ในเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยวันเวลาและการเติบโตของผู้คนชาติพันธุ์หนึ่ง หากไม่นับอัตลักษณ์อันชัดเจนที่พวกเขาเพียรพยายามรักษาและส่งต่อให้ลูกหลานแล้ว เมื่อถอยออกมามองจากที่ไกล ๆ สักระยะ เราอาจเห็นการเติบโตของบ้านเรือนแห่งหนึ่งผ่านมิตรภาพและการอยู่ร่วมของผู้คนอีกหลากหลาย ที่ต่างก็เติมเต็มให้เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งมีเรื่องเล่าชัดเจนเป็นของตนเอง

การตีมีดแบบโบราณที่ช่างตีจะผลัดกันตีทีละจังหวะ เลือกน้ำหนักและปรับทรงไปในตัว

๔…

            เสียงโป๊กเป๊กและประกายไฟแปลบปลาบในโรงเรือนแห่งนั้นไม่เคยจางคลาย

            ริมสายน้ำพุงในเขตบ้านใหม่ อำเภอหล่มสัก บ้านของไทหล่มอีกแห่งที่ฉายชัดการงานอันตกทอดมาแต่รุ่นปู่ทวด จะว่าไป ผู้ชายที่บ้านนี้สืบทอดทั้งอาชีพการตีมีดขายและเรื่องเล่าถึงการเติบโตขึ้นมาด้วยอาชีพดั้งเดิมของพวกเขาไว้อย่างน่าสนใจ

            สุบิน บุญจันทร์ ประธานกลุ่มตีมีดบ้านใหม่ ยังคงยืนอยู่หน้าเตาหลอมเหล็กพร้อมกลุ่มเพื่อนช่างหลายวัย เหล็กแหนบที่ก่ายกองนั้นค่อย ๆ กลายเป็นมีดหลากหลายรูปทรง ตั้งแต่อีเหน็บ หัวตัด หรือพร้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไล่เลยไปถึงมีดสวยงามอย่างมีดโบวี ดาบซามูไร หรือมีดที่ลูกค้าออกแบบมาเอง

            “แต่ก่อนคนรุ่นพ่อผมเขาตีมีดเลี้ยงเรามาเลยล่ะ ว่าอย่างนั้นก็ได้” สุบินกล่าวถึงช่างเลาะ ผู้เป็นพ่อ อดีตช่างตีมีดมือดีของบ้านใหม่ “พ่อเล่าว่า แต่ก่อนหอบมีที่ตีได้ เดินตัดป่าตัดดอย หาบไปขายถึงริมโขงแถบเชียงคาน หรือไปก็ล่องลงไปตามน้ำพุง ออกป่าสัก ยาวไกลไปจนถึงอยุธยา คนแต่ก่อนเขาสู้มาเยอะ” ช่างสุบินบอกเบา ๆ ข้างเตาไฟ

เลาะ บุญจันทร์ ช่างตีมีดชาวไทหล่มคนเก่าแก่ของบ้านใหม่

         นอกจากการอ่านสีไฟ อ่านเนื้อเหล็กยามถูกหลอม ตีขึ้นรูป ตลอดจนการชุบแข็งและตกแต่ง ที่ช่างตีมีดต้องเรียนรู้ผ่านหยาดเหงื่อและเรี่ยวแรงนับครั้งไม่ถ้วน การเติบโตขึ้นของชุมชนช่างเล็ก ๆ ในหมู่บ้านนี้ยังพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยว เป็นฐานให้คนมาเรียนรู้งานช่างและวัฒนธรรมที่พวกเขาสั่งสมมา “คนตีมีดที่นี่ ใครทำสระโอได้นี่ถึอว่าเก่งมากแล้วครับ” สุบินบอกถึงอุปกรณ์ล่าปลาที่ทำจากเหล็ก ดัดโค้งงอเป็นรูปคล้ายสระโอ เป็นของติดตัวพรานทุ่งไว้หากิน

            คนตีมีดบ้านใหม่เล่ากันว่า แต่ก่อนที่นี่จะรู้ว่าบ้านไหนเริ่มงานแล้วจากเสียงตี “ตีกันตั้งแต่ตีสี่แล้ว มันไม่ร้อน” แม้ทุกวันนี้เครื่องจักรในการดัดงอจะเข้ามาทุ่นแรงพวกเขาไปได้มาก แต่หลายคนตรงหน้าก็ยังเชื่อสายตาและน้ำหนักมือของตัวเองอยู่ไม่เสื่อมคลาย ยามที่จะต้องตีงานละเอียดสักชิ้น

            งานมือของคนไทหล่มเต็มไปด้วยรายละเอียดและรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ติดตัวพวกเขามา จากบ้านใหม่ ใครสักคนชวนเราเลาะลำน้ำพุงออกไปด้านนอกอำเภอหล่มสัก ฝนพรำฉ่ำเย็น หลายคนที่นั่นกุลีกุจอตระเตรียมทั้งอาหารและเรื่องราวของพวกเขาไว้ก่อนหน้า

            เราไปถึงบ้านท่ากกแกพร้อม ๆ กับที่พี่น้องบ้านนั้นสาละวนกับดอกไม้ ต้นผึ้ง รวมไปถึงฉายภาพการรวมใจอย่างอบอุ่นเอาไว้ใกล้โบสถ์หลังเก่าที่งดงามด้วยศิลปะล้านช้าง

            ผู้ใหญ่ถาวร เชื่องแสง และเหล่าลูกบ้านต่างวัยในชุดไทหล่มครบเครื่องตระเตรียมนานากิจกรรมที่สอดรับกับความเชื่อในเรื่องฮีตสิบสองคองสิบสี่เอาไว้ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส วัดท่ากกแกสะท้อนความเป็นลาวล้านช้างโบราณไว้ที่โบสถ์หลังเก่าที่สวยงามอ่อนช้อย สีขาวทึม ๆ และรูปปั้นพญานาคตรงบันไดทางเข้านั้นเก่าขลัง บ่งบอกถึงการเป็นหมู่บ้านของคนหล่มมาแต่โบราณ

            “เราเลือกเอาเครื่องบูชาในบุญเดือนสี่ งานบุญผะเหวด มาให้ลองทำขันหมากเบง เครื่องบูชาชั้นสูงของลาวล้านช้าง เอาการทำปราสาทผึ้ง ทำเฮือไฟน้อยที่คนอีสานจะปฏิบัติกันมาในช่วงออกพรรษาในเดือนสิบเอ็ดมาสื่อสาร เอามาย่อยให้คนมาที่นี่ได้รู้จักความเป็นคนบ้านเรา” ตามมุมเล็กมุมน้อยในโบสถ์มีกลุ่มผู้เฒ่าผู้แก่คอยสอนคนมาเยือนประดับโครงปราสาทผึ้งที่ขึ้นจากไม้เนื้ออ่อน ติดดอกไม้ที่หล่อจากเทียน หรือจัดแจงสิ่วขูดเซาะไม้สักท่อนเป็นเรือลำเล็ก ๆ เพื่อประดับเทียนเล่มน้อยเอาไว้ลอยเคราะห์ลอยโศกช่วงไหลเรือไฟ

            สายพรำฝนที่บ้านท่ากกแกเต็มไปด้วยภาพความร่วมแรงร่วมใจ หนุ่มน้อยชี้ชวนให้ดูธุง หรือธงใยแมงมุม ที่ทำจากโครงไผ่ที่ถักร้อยไหมพรมหลากสี เขาเล่าถึงการยกธุงธงไชยเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา มันน่าจะเป็นภาพงดงามอยู่ไม่น้อยที่หมู่บ้านเล็ก ๆ จะเต็มไปด้วยสีสันในงานบุญเช่นนั้น

            คนบ้านท่ากกแกยังมีประเพณีแห่ดอกไม้ที่มักทำคู่กันกับแหธุงในบุญเดือนห้า หรือช่วงสงกรานต์ ห้วงยามนั้นลูกหลานที่จากไปไกลจะกลับมาหาพ่อแม่และถิ่นฐานบ้านเกิด งานบุญรื่นเริงเชื่อมโยงผู้คนหลากวัยเข้ากับพุทธศาสนาและความเป็นอยู่โบราณที่ซ้อนทับไปกับการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าหลงใหล

อาหารพื้นบ้านของคนหล่มมักประกอบด้วยผักพื้นบ้าน ปลาร้า หรือสัตว์กินได้ตามไร่นา เช่น แจ่วขี้ปู ขนมเส้นน้ำปลาร้า หรือไส้อั่ว

            “เสร็จแล้วมาลองกินเมี่ยงค้นนะ” ฝนเริ่มซา เราเดินตามย่ายายสามสี่ท่านไปลิ้มลองอาหารพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยพืชผักสมุนไพร จีบห่อใบทองหลางหรือใบขนุนเป็นกระทง หยิบเครื่องเคียงทั้งกล้วยดิบ มะเขือเคีย (มะเขือส้ม) ตะไคร้ ขิง ข่า พริก หอมแดง กระเทียม มะม่วง มะนาว กากหมูเจียว หยอดน้ำปลาร้าที่เคี่ยวกับน้ำตาลปีบจนสุกหอม เคี้ยวหยุบหยับกันคำแล้วคำเล่า “เมี่ยงค้นก็มาจากค้นหานั่นล่ะ คนโบราณเขาว่ามันหาวัตถุดิบมาหลากหลาย บางคนก็เรียกติดตลกว่าเมี่ยงขี้ลืม เพราะเวลาหยิบเครื่องแต่ละอย่างก็ลืมไปว่า หยิบอะไรใส่ไปบ้างแล้ว”

 

เมี่ยงค้น อาหารดั้งเดิมของคนหล่ม เต็มไปด้วยสมุนไพร

         ตามแต่ละหมู่บ้านไทหล่มเต็มไปด้วยความคิดความเชื่อที่ผูกร้อยอยู่กับความเป็นอยู่อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียว คล้ายเราสัมผัสภาพเหล่านั้นในรอยยิ้มและความเป็นอยู่อันเรียบง่ายของผู้คนตัวเล็ก ๆ ในผืนแผ่นดินกว้างใหญ่

            เป็นความเรียบง่ายที่พวกเขาพยายามทะนุถนอมและส่งต่อถึงอีกหลายคนอย่างตั้งใจที่สุด

๕…

            เย็นย่ำวันนั้นแม้ฝนพรำสาย แต่ถนนสองเส้นที่เชื่อมถึงกันอย่างถนนรณกิจและถนนสุริยะวงษากลับเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนและแสงไฟประดับตามอาคารไม้เก่า คนหนุ่มสาวท้องถิ่นรวมถึงผู้มาเยือนดุ่มเดินขวักไขว่

            อาคารสีเหลืองสดแห่งนั้นสร้างขึ้นด้วยศิลปะโคโลเนียลเช่นเดียวกับที่เคยเป็นศาลากลางจังหวัดในอดีต พิพิธภัณฑ์หล่มศักดิ์ยังคงสะกดตามชื่อจังหวัดหล่มศักดิ์ในอดีต ภาพการเติบโตและความหลากหลายในวัฒนธรรมอันเป็นอัตลักษณ์ของคนหล่มถูกจัดแสดงไว้ด้านในผ่านห้องต่าง ๆ อย่างเป็นหมวดหมู่ น่าสนใจทั้งวิธีการนำเสนอผ่านสื่อวีดิทัศน์ยุคใหม่ การสื่อสารด้วยถ้อยคำ เส้นสี และภาพถ่าย ทั้งหมดพาเราย้อนกลับไปเห็นเมืองหล่มสักที่เคลื่อนย้ายความเจริญออกมาจากหล่มเก่า ทว่าโยงใยถึงกันด้วยรากเหง้าวัฒนธรรมของผู้คน

มุมแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการค้าในย่านตลาด

            แต่ละห้องเต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ เจ้าหน้าที่สาวสวยพาเราเข้าไปรู้จักหลายแง่มุมของหล่มสัก ตั้งแต่ชีวิตไทหล่ม การเติบโตของเมืองริมแม่น้ำป่าสักที่ก่อให้เกิดการกรองน้ำแบบ “น้ำสร้างทราย” หรือน้ำซึมบ่อทราย ร้านตัดผม โรงฝิ่นที่บ่งบอกถึงการมีคนจีนเข้ามาอยู่ร่วม บุคคลสำคัญในอดีต ทั้งที่จากไปและยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ รวมไปถึงความเป็นเมืองปลูกพืชอย่างมะขามหวาน ใบยาสูบ ปาล์ม ที่ล้วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้หล่มสักเติบโต

            บางมุมน่าสนใจและให้ใคร่ออกตามหา เช่น ของกินประจำเมืองอย่าง ลาบเป็ดหล่มสัก ไส้กรอกป้าล้าน ข้าวเหนียวไต่ราว ขนมจีนบ้านติ้ว เป็ดผัดโหระพา หรือขนมเปี๊ยะไทหล่ม เหล่านี้ถูกเล่าเรื่องออกมาเหมือนอินโทรดักชันให้ผู้มาเยือนได้รู้จักหล่มสักที่เต็มไปด้วยความหลากหลายในมิติวัฒนธรรม

            ออกจากพิพิธภัณฑ์ เดินข้ามลำน้ำป่าสัก ถนนสายสั้นตรงหน้าจัดเป็นถนนคนเดินไทหล่ม กลุ่มช่างตีมีบ้านใหม่มาตีมีดโชว์กันสด ๆ ของกินพื้นบ้านเรียงรายผสมผสานไปกับนานาไอเดียของลูกหลานที่ปรับเปลี่ยนบ้านเรือนและถนนค้าขายสายหลักในตลาดให้น่าเดินเล่น ของกินสมัยใหม่ สินค้างานคราฟต์ ไล่เลยไปถึงข้าวของจิปาถะ ต่างหลอมรวมกันบนถนนสายวัฒนธรรมที่โอบล้อมอยู่ด้วยภาพการค้าที่ตกทอดมาแต่อดีต

ถนนคนเดินไทหล่มบนถนนรณกิจ เต็มไปด้วยสินค้า อาหาร และภาพมีสีสันแห่งวัฒนธรรม

            ถนนสายนั้นไปสิ้นสุดตรงหอนาฬิกาประจำเมือง คล้ายเราพบจุดบรรจบของคืนวันที่ตรงนั้น ภาพอดีตอันงดงามเก่าแก่กับปัจจุบันที่เคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างมีทิศทางและสร้างสรรค์

            นับจากวันที่บรรพบุรุษของคนหล่มเดินเท้าก้าวข้ามทิวเขาและลำน้ำมายาวไกลจากแดนดินอีกฟากด้าน ปักหลักและหยัดยืนตัวเองขึ้น ณ ที่ราบผืนไพศาลจนเกิดก่อเป็นบ้านของผู้คนที่มีชีวิตและเอกลักษณ์อันชัดเจนและเป็นตัวของตัวเองอย่างถึงที่สุด

            จนเมื่อชีวิตได้เติบโต ก็ดูเหมือนหลายสิ่งหลายอย่างที่คนรุ่นบุกเบิกได้ก่อร่างสร้างสมไว้นั้นได้ส่งต่อและสืบทอดสู่อีกชีวิตในคืนวันปัจจุบันอย่างสมบูรณ์แจ่มชัด

ขอขอบคุณ

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ สำหรับการติดต่อประสานงานและอำนวยความสะดวกอย่างถึงที่สุด

ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ สำหรับความรู้และความเข้าใจในวัฒนธรรมไทหล่ม

เทศบาลเมืองหล่มสัก เทศบาลเมืองหล่มเก่า พิพิธภัณฑ์หล่มศักดิ์ สำหรับการอำนวยความสะดวกในการถ่ายทำสารคดี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก สำหรับการประสานงานเบื้องต้น

คู่มือนักเดินทาง

การเดินทาง

         จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ถึงแยกพุแค จังหวัดสระบุรี จากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๑ ตรงไปจนถึงเพชรบูรณ์ จากนั้นเดินทางต่ออีกราว ๔๐ กิโลเมตร ถึงอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ ๓๘๙ กิโลเมตร

จากอำเภอหล่มสัก ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑ ต่อไปอีกราว ๑๐ กิโลเมตร ถึงอำเภอหล่มเก่า

ที่พัก

         Indigo Hotel Lomsak โทรศัพท์ ๐๘ ๘๒๘๒ ๒๖๑๑ เฟซบุ๊ก : Indigo Hotel Lomsak

            หล่มสัก ณัฐติรัตน์ แกรนด์ โฮเต็ล โทรศัพท์ ๐ ๕๖๗๔ ๕๐๒๑-๘

            บ้านไม้พิชา โทรศัพท์ ๐ ๕๖๗๐ ๙๙๕๕ และ ๐๙ ๑๐๓๒ ๘๓๘๓

ที่กิน

         หล่มเก่าเป็นเมือง “หนมเส้น” หรือขนมจีนเส้นสด หลายเจ้ามีน้ำยาหลากหลายให้เลือกลอง โดยมีทีเด็ดอยู่ที่น้ำปลาร้าอันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทหล่ม มีร้านใหญ่สำหรับนักท่องเที่ยวให้เลือกลิ้มลองได้หลายร้าน เช่น ขนมจีนสารัชเรือนหล่ม แม่บุญมีขนมจีน ขนมจีนริมทาง ขนมจีนลูกทุ่ง หากชอบร้านเล็กแต่ดั้งเดิมได้บรรยากาศ แนะนำร้านขนมจีนป้าแอดเจ้าเก่าและขนมจีนบ้านสวน

            หล่มสักเป็นอำเภอใหญ่ มีอาหารหลากหลายให้เลือกตามไปลิ้มลอง ทั้งอาหารหล่มดั้งเดิมอย่างขนมจีนเจ๊ตุ่น (หน้าพิพิธภัณฑ์) ขนมจีนยายแก้ว (หลังวัดทุ่ง) ลาบเป็ดเฮียตี๋ (บ้านสักหลง) ลาบไก่ไทหล่ม (บ้านปากดุก) ข้าวต้มร้านเก้จานใหญ่ (ริมเส้น ๒๐๓) ข้าวมันไก่สู้ผี (ตรงข้ามศาลากลาง) ลูกชิ้นทอดยายเปียก (ข้างสถานีตำรวจ

SHARE

รู้ลึกเรื่องท่องเที่ยวก่อนใคร

สมัครสมาชิก เพื่อรับรู้ข่าวสารทาง Email
กรอก Email ของคุณที่นี่

แนะนำบทความอื่น ๆ ที่คุณอาจจะชอบ

The other cities : ทองผาภูมิ...เมืองน่าอยู่ที่รู้สึก
The other cities : ทองผาภูมิ…เมืองน่าอยู่ที่รู้สึก
สำหรับคนที่ชื่นชอบการเที่ยวเชิงเกษตร ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ลุงหมึกเจ้าของ @ภูผาตาดโฮมสเตย์ แนะนำ “ศูนย์เ…
220
เยี่ยมยามงานบุญอีสาน
เยี่ยมยามงานบุญอีสาน
Foto Essay บางครั้งบางคราวถูกแปลเป็นคำไทยแบบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมว่า เรียงความภาพถ่าย แม้จะซื่อตรงเกินไปบ้าง แต่ก็ง่ายที่…
บาบ๋า หรือเปอรานากัน คืออะไรกัน
บาบ๋า หรือเปอรานากัน คืออะไรกัน
บาบ๋า หรือเปอรานากัน คืออะไรกัน ท่านผู้รู้ภาษามาเลย์ให้ความรู้กับ อ.ส.ท. ว่า “เปอรานากัน” (Peranakan) เป็นภาษามลายู …
209
“เที่ยวเพชรบูรณ์ ต้อง ๖๗๘” เพราะเพชรบูรณ์มีอะไรมากกว่าที่คิด
“เที่ยวเพชรบูรณ์ ต้อง ๖๗๘” เพราะเพชรบูรณ์มีอะไรมากกว่าที่คิด
            เมื่อพูดถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางการท่องเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศ…
765

รู้ลึก...เรื่องท่องเที่ยวก่อนใคร

สมัครรับข้อมูล ฟรี!